
ประวัติร้านรุ้งทองเบญจรงค์
ร้านรุ้งทองเบญจรงค์ ตำบลนาดี อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรสาคร เริ่มดำเนินการในปี 2533 ทำมายาวนานกว่า 33 ปี โดยคุณนัธทวัฒน์ ม่วงเผือก (จ่าโต้ง) และคุณศิวภัสร์ สิริตุลยพงศ์ เริ่มจากเป็นลูกจ้างเขียนลายและลงสีให้กับโรงงานเซรามิก หลังจากที่มีครอบครัวภาระก็เพิ่มขึ้น ในปี2533 ก็ได้เริ่มมาทำเครื่องเบญจรงค์กันเองในครอบครัวและส่งขายให้กับร้านใหญ่ๆ โดยมีหน้าร้านประจำอยู่ที่ ตลาดนัดสวนจตุจักร ต่อมาในปี2538 มีการเวียนคืนที่ทำรถไฟฟ้าใต้ดิน จึงทำให้ต้องย้ายร้านมาที่คลองครุ จังหวัดสมุทรสาคร ก็เริ่มเป็นที่รู้จักกันมากขึ้น ต่อมาในปี2540 ในขณะนั้น คุณนัธทวัฒน์ ม่วงเผือก (จ่าโต้ง) และคุณศิวภัสร์ สิริตุลยพงศ์ ได้รับตำแหน่งเป็นวิทยากรพิเศษ ไปสอนการทำเครื่องเบญจรงค์ให้กับกลุ่มแม่บ้านที่สนใจเรียนรู้อยากทำเครื่องเบญจรงค์ในจังหวัดต่างๆประมาณ 3 ปี เครื่องถ้วยเบญจรงค์จัดเป็นภาชนะเครื่องตกแต่ง เครื่องประดับที่งดงาม ลวดลายสีสันแสดงเอกลักษณ์ของความเป็นไทย สะท้อนความรู้สึกอารมณ์ แนวความคิดเชิงปรัชญาในลักษณะต่างๆกัน เช่น ลายเทพนม ดอกไม้ พฤกษชาติ และสัตว์ ฯลฯ ให้ความหมายลึกซึ้งในด้านโภคทรัพย์อำนาจวาสนาอายุยืน อันเป็นความปรารถนาของบุคคลทั่วไป ผู้ที่สนใจที่จะเยี่ยมชมหรือซื้อเครื่องเบญจรงค์ ก็เชิญได้ที่ ศูนย์ฝึกวิชาชีพเครื่องเบญจรงค์ ที่ร้านรุ้งทองเบญจรงค์ ตำบลนาดี อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรสาคร
ร้านรุ้งทองเบญจรงค์ ตำบลนาดี อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรสาคร เริ่มดำเนินการในปี 2533 ทำมายาวนานกว่า 33 ปี โดยคุณนัธทวัฒน์ ม่วงเผือก (จ่าโต้ง) และคุณศิวภัสร์ สิริตุลยพงศ์ เริ่มจากเป็นลูกจ้างเขียนลายและลงสีให้กับโรงงานเซรามิก หลังจากที่มีครอบครัวภาระก็เพิ่มขึ้น ในปี2533 ก็ได้เริ่มมาทำเครื่องเบญจรงค์กันเองในครอบครัวและส่งขายให้กับร้านใหญ่ๆ โดยมีหน้าร้านประจำอยู่ที่ ตลาดนัดสวนจตุจักร ต่อมาในปี2538 มีการเวียนคืนที่ทำรถไฟฟ้าใต้ดิน จึงทำให้ต้องย้ายร้านมาที่คลองครุ จังหวัดสมุทรสาคร ก็เริ่มเป็นที่รู้จักกันมากขึ้น ต่อมาในปี2540 ในขณะนั้น คุณนัธทวัฒน์ ม่วงเผือก (จ่าโต้ง) และคุณศิวภัสร์ สิริตุลยพงศ์ ได้รับตำแหน่งเป็นวิทยากรพิเศษ ไปสอนการทำเครื่องเบญจรงค์ให้กับกลุ่มแม่บ้านที่สนใจเรียนรู้อยากทำเครื่องเบญจรงค์ในจังหวัดต่างๆประมาณ 3 ปี เครื่องถ้วยเบญจรงค์จัดเป็นภาชนะเครื่องตกแต่ง เครื่องประดับที่งดงาม ลวดลายสีสันแสดงเอกลักษณ์ของความเป็นไทย สะท้อนความรู้สึกอารมณ์ แนวความคิดเชิงปรัชญาในลักษณะต่างๆกัน เช่น ลายเทพนม ดอกไม้ พฤกษชาติ และสัตว์ ฯลฯ ให้ความหมายลึกซึ้งในด้านโภคทรัพย์อำนาจวาสนาอายุยืน อันเป็นความปรารถนาของบุคคลทั่วไป ผู้ที่สนใจที่จะเยี่ยมชมหรือซื้อเครื่องเบญจรงค์ ก็เชิญได้ที่ ศูนย์ฝึกวิชาชีพเครื่องเบญจรงค์ ที่ร้านรุ้งทองเบญจรงค์ ตำบลนาดี อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรสาคร
ความหมายของ เบญจรงค์
เครื่องเบญจรงค์ คือ เครื่องปั้นเคลือบที่เขียนลายโดยวิธีลงยา โดยส่วนที่เรียกว่า เบญจรงค์ เป็นการเขียนลวดลายลงบนงานที่ผลิตด้วยสี 5 สี โดยทั่วไปเป็นสีดำ สีขาว สีเหลือง สีแดง และสีเขียว (สีคราม) แต่ในปัจจุบันได้มีการประยุกต์รูปแบบและสีสันให้มีมากกว่าห้าสีหลักนี้มากมาย สีที่ใช้ในอดีตเป็นสีที่เกิดจากการเผาแร่ผสมกับน้ำยาเคลือบ วาดลวดลายลงบนภาชนะก่อนนำไปเข้าเตาเผา จนได้เป็นเครื่องเบญจรงค์ที่สดสวยมันวาว
ลายที่นิยมเขียน ได้แก่ ลายเทพพนม ลายนรสิงห์ ลายก้านขด และลายกระหนก ลายเทพพนมนรสิงห์ ลายประจำยาม ลายบัวเจ็ดสี ลายเบญจมาศ ลายวิชาเยนทร์ ลายพุ่มข้าวบิณฑ์ เป็นต้น ลวดลายในช่วงที่ช่างจีนเขียนอาจดูแปลกตาไปเช่น ลายเทพพนมที่เทวดาแลดูอ้วนและพุงพลุ้ย ด้วยศิลปะปลายพู่กันของช่างจีน ส่วนเอกลักษณ์ของการใช้น้ำทองวาดลวดลายบนเครื่องกระเบื้องซึ่งที่เป็นที่นิยมในช่วงยุคต้นกรุงรัตนโกสินทร์ ซึ่งแสดงถึงความมั่งคั่ง รุ่งเรือง และความสงบของบ้านเมืองในยุคนั้น ลวดลายเครื่องเบญจรงค์ออกแบบโดยช่างหลวง มีสีขาวเป็นพื้นบ้าง สีเบญจรงค์บ้าง และเขียนลวดลายทับสีพื้นอีกชั้นหนึ่ง โดดเด่นด้วยลายน้ำทองซึ่งมีการเผาสีทองในประเทศไทยเครื่องเบญจรงค์เป็นเครื่องปั้นดินเผาประเภทเซรามิก (Ceramics) ใช้เนื้อดินประเภทพอร์ซเลน (Porcelain ware) มีเนื้อดินที่ใช้เรียกว่า เครื่องขาว ซึ่งเนื้อดินที่ใช้ทำในประเทศไทย มาจาก 3 แหล่ง ได้แก่ ดินระนอง ดินสุราษฎร์ ดินลำปาง ปัจจุบันสีที่ใช้เป็นสีเคมีสำเร็จรูป เรียกว่า สีบนเคลือบ (Over glaze)
